Unblocking คืออะไร แล้วมันสำคัญยังไง?

หลายคนคงจะเคยได้ยินคำว่า Blockers กันมาบ้างแล้ว ซึ่งเป็นคอนเซ็ปต์ยอดฮิตของวงการโป๊กเกอร์ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

…แต่ว่าคุณเคยได้ยินเกี่ยวกับ Unblocking ไหม?

Unblocking เป็นคอนเซ็ปต์สดใหม่เลยก็ว่าได้ มันจะช่วยให้คุณสร้างกลยุทธ์ในการเล่นในสถานการณ์ต่างๆได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งเราจะมาโฟกัสกันในบทความในวันนี้นี่คือสิ่งที่คุณจะได้เรียนรู้จากบทความนี้

๐ อะไรคือ Blockers

๐ Unblocking หมายถึงอะไรกันแน่

๐ ทำไม Unblocking ถึงสำคัญ?

๐ การใช้ Unblocking ในการเบ็ทเพื่อเรียก value

๐ การใช้ Unblocking ในการจับบลัฟ

๐ การใช้ Unblocking ในการบลัฟ

 

ก่อนที่มุ่งสู่การศึกษากลยุทธ์เรื่อง Unblocking เพื่อให้เข้าใจตรงกัน เราต้องมาเข้าใจเรื่องของ Blockers กันซะก่อนว่ามันคืออะไรกันแน่

อะไรคือ Blockers ในเกมโป๊กเกอร์

Blocker คือการที่ไพ่ในมือของเราไปลดโอกาสหรือปิดโอกาส ของแฮนด์ที่ฝ่ายตรงข้ามจะมีได้ ซึ่งถือเป็นคอนเซ็ปต์พื้นในการเล่นโป๊กเกอร์ตามหลัก GTO

มาดูตัวอย่างกันดีกว่า สมมุติว่าคุณถือ A♠ K♥ และบอร์ดเปิดออกมาเป็น J♠ T♠ 2♠ 5♥ 6♦ มันเป็นไปไม่ได้เลยที่อีกฝ่ายจะมีมืออย่าง ace-high ฟลัช เพราะว่าคุณถือ A♠ ซึ่งเป็น Blocker อยู่ในมือเรียบร้อยแล้วนั่นเอง อีกหนึ่งตัวอย่างคุณถือไพ่ 7♥ 7♦ อยู่ในมือและบอร์ดเปิดออกมาเป็น 8♦ 6♥ 5♦ Q♠ K♠ ซึ่งฝ่ายตรงข้ามมีโอกาสที่จะมีสเตรทได้น้อยมากตรงนี้ เพราะคุณบล็อกแฮนด์ที่เป็นไปได้ออกไปแล้วครึ่งหนึ่ง ทั้ง 9-7 และ 7-4

 

แล้ว Unblocking ล่ะหมายถึงอะไรกันแน่

Unblocking คือการที่ไพ่ที่คุณถืออยู่ไม่ได้ไปลดโอกาสที่ฝ่ายตรงข้ามจะมีแฮนด์บางแฮนด์ได้ 

ซึ่งในบางครั้งมือของคุณก็ไปบล็อก range ของคู่แข่งบางส่วน แต่ก็ไม่ได้บล็อก range ของคู่แข่งในอีกส่วน ยกตัวอย่างเช่น คุณถือ 7♥ 7♣ บนบอร์ด 8♦ 6♥ 5♦ Q♠ K♠ จะเห็นได้ว่าแฮนด์ของคุณบล็อกแฮนด์ที่ฝ่ายตรงข้ามจะมีสเตรทออกไปได้เยอะมาก ในขณะเดียวกันก็ไม่ได้บล็อกแฮนด์ที่เป็น flush draw เพราะว่าคุณไม่ได้ถือข้าวหลามตัดอยู่ในมือสักใบ ตรงนี้เรียกว่า Unblocking นั่นเอง

ถ้าคุณกำลังสับสน ใจเย็นๆครับ เดี๋ยวจะมีตัวอย่างอธิบายให้คุณเข้าใจได้มากยิ่งขึ้น

 

ทำไม Unblocking ถึงสำคัญ?

การใช้ Unblocking ในการเบ็ทเพื่อเรียก value

ก่อนที่เราจะไปตอบคำถามว่า “ทำไม Unblocking ถึงสำคัญ?” ผมอยากให้คุณตอบคำถามเหล่านี้ก่อน

สมมุติว่าคุณเรสออกไปจากตำแหน่ง button แล้วมี big blind คอลตามมา คุณเลือกที่จะเบ็ทที่ flop เบ็ทที่ turn และฝ่ายตรงข้ามคอลมาทั้งสองครั้ง ตอนนี้มาถึง river

โดยที่บอร์ดเป็น  K♥ 9♥ 7♣ 6♦ J♠ คุณอยากที่เบ็ทออกไปเพื่อเรียก value ที่ river ด้วยแฮนด์อะไรมากกว่ากันระหว่าง K♠ K♦ หรือ 9♠ 9♦?

ผมจะให้เวลาคิดคุณนิดหน่อย

พร้อมไหม? คำตอบอาจจะเซอร์ไพรส์คุณได้

ถึงแม้ว่าจะเป็นแฮนด์ที่แย่กว่าเห็นๆแต่ 99 ให้ค่า EV เป็นบวกที่มากกว่า KK ในสถานการณ์นี้ 

เมื่อคุณมี KK คุณไปบล็อกแฮนด์จำนวนมากที่จะคอลคุณได้เช่น KJ, KT, K7-suited, K6-suited แต่เมื่อคุณถือ 99 ในมือ คุณแทบจะไม่ได้บล็อกแฮนด์ Kx อะไรเลย นี่จึงทำให้คุณชนะพอตมากกว่าปกติถ้าเลือก value bet ด้วย 99 ในกรณีนี้

โปรแกรม Solver แสดงให้เห็นว่าเป็นเรื่องจริง

ภาพหน้าจอแสดงให้เห็น EV ของแฮนด์แต่ละทางเลือก ใน Solver นี้เลือกใช้ bet size ประมาณ 1.5 เท่าของ pot เป็นความถี่มากที่สุด โดย KK ให้ EV อยู่ที่ 65.83 ชิป (ลูกสอนสีน้ำเงิน) ในขณะที่ 99 ให้ EV อยู่ที่ 73.03 ชิป (ลูกสอนสีแดง) เพิ่มขึ้นถึง 11% เมื่อ bet ด้วย 99

 

การใช้ Unblocking ในการจับบลัฟ

Unblocking ยิ่งสำคัญเข้าไปอีกเมื่อใช้ในการจับบลัฟ เมื่อคุณกำลังตัดสินใจว่าจะคอล หรือไม่คอลไปจับบลัฟดี คุณต้องคิดถึงเรื่อง Blocker เข้าไว้มากๆ

นี่คือหลักยึดของแฮนด์ที่ควรจะคอลเพื่อไปจับบลัฟ มันต้องเป็นแบบนี้

1.บล็อกแฮนด์ที่เป็น value hand ของฝ่ายตรงข้าม

2.ไม่บล็อกแฮนด์ที่เป็นบลัฟของฝ่ายตรงข้าม

มาดูตัวอย่างชัดๆเพื่อให้เข้าใจกันมากขึ้น

small blind เปิดเรสมาและคุณคอลตามไปจากตำแหน่ง big blind โดยที่ flop เปิดออกมาเป็น J♥ 9♥ 5♣ small blind c-bet ออกมาที่ 33%ของพอตและคุณคอลไปต่อ turn เปิดออกมาเป็น 6♠ อีกฝ่ายเบ็ทมาอีก 66% พอต และคุณคอลอีกครั้ง และ river เปิดออกมาเป็น 2♠ จากนั้นฝ่ายตรงข้ามยิงมาอีก 66% พอต แฮนด์ไหนที่น่าจะคอลไปจับบลัฟมากกว่ากันระหว่าง Q♠ 9♠ หรือ 9♠ 4♠

ผมจะให้เวลาคุณคิดอีกครั้ง

ในกรณีนี้ 9♠ 4♠ ถือว่าเป็นแฮนด์จับบลัฟที่ดีกว่าถึงแม้ว่ามันจะดูเป็นแฮนด์ที่อ่อนกว่าอย่างเห็นได้ชัด

โดยเหตุผลที่ทำให้ 9♠4♠ เป็นแฮนด์จับบลัฟที่ดีกว่าก็คือ

๐ small blind มักจะไม่ value bet แฮนด์ที่ชนะ 94 แต่แพ้ Q9 ตรงนี้เรื่องของ kicker เลยไม่สำคัญ

๐ 4♠ ไม่บล็อกแฮนด์ที่จะเป็นบลัฟของฝ่ายตรงข้ามอย่าง KQ, QT, Q8, และ Q7, ในขณะที่ Q♠ บล็อกทุกๆบลัฟที่จะเป็นไปได้

อย่างที่ Solver แสดงให้เราเห็น

 

Q9 (กล่องสีน้ำเงิน) มักจะต้องหมอบเสมอที่ river แต่ 94s(กล่องสีแดง) มักจะต้องคอลเสมอ 

ดังนั้น 9♠ 4♠ จะต้องคอล 100% ในขณะที่ Q9s จะต้องหมอบเกือบ 90% ของทั้งหมด และนี่ก็คือพลังของ Unblocking นั่นเอง

 

การใช้ Unblocking ในการบลัฟ

Unblocking จะมีประโยชน์เมื่อใช้เลือกแฮนด์ที่จะทำการบลัฟอีกด้วย

ไอเดียของการเลือกแฮนด์จะนำไปบลัฟมีดังนี้

1.บล็อกแฮนด์ใน range ที่ฝ่ายตรงข้ามจะคอล และบลัฟสวนกลับมาได้

2.ไม่บล็อกแฮนด์ใน range ที่ฝ่ายตรงข้ามจะต้องหมอบ

มาดูกันอีกซักตัวอย่าง

คุณเรส preflop จากตำแหน่ง button และ big blind คอลตามมา flop เปิดออกมาเป็น 8♠ 5♠ 2♣ คุณ c-bet 75%พอต เทิร์นเป็น 9♦ คุณเบ็ทอีก 75%พอต อีกฝ่ายคอลมาอีกครั้ง river ออกมาเป็น 3♥ แฮนด์อะไรที่คุณควรจะบลัฟมากกว่ากันระหว่าง Q♥ T♥ หรือ Q♠ T♠

คุณควรที่จะบลัฟด้วย Q♥ T♥ มากกว่า การถือหัวใจสองใบในขณะที่โพดำฟลัชดอร์วออกมาไม่ติดที่ริเวอร์ส่งผลอย่างมากต่อ range ที่ฝ่ายตรงข้ามจะคอลคุณมาได้

Q♥ T♥ ไม่ได้บล็อกแฮนด์ที่ดอร์วฟลัชไม่ติดที่ริเวอร์ที่ big blind สามารถจะมีได้ดังนี้ T♠ 7♠, T♠ 6♠, T♠ 2♠, Q♠ T♠, Q♠ 7♠, Q♠ 6♠, Q♠ 4♠, Q♠ 3♠ และ Q♠ 2♠ แฮนด์เหล่านี้ต้องหมอบเมื่อเจอกับการเบ็ทที่ river แต่ Q♠ T♠ บล็อกแฮนด์ที่เป็นไปได้ทั้งหมดนี้ ซึ่งหมายความว่า big blind น่าจะมีแฮนด์ที่ฝ่ายตรงข้ามจะสามารถคอลมาได้

 

คุณจะเห็นว่า solver มักจะเลือกที่จะเบ็ทบลัฟต่อเนื่อง 3 ครั้งด้วย Q♥ T♥ เมื่อไปถึง river ในขณะเดียวกัน solver จะไม่บลัฟด้วย Q♠ T♠ เพราะเรื่องบล็อกเกอร์ของมันนั่นเอง

สรุปทิ้งท้าย

คุณอาจจะสังเกตได้ว่าตัวอย่างทั้งหมดที่ยกมามักจะเป็นสถานการณ์ที่ river เพราะว่า unblocking ส่งผลอย่างมากต่อการตัดสินใจเล่นที่ river เพราะมันเป็นจุดที่ range ของทั้งสองคนแคบมากที่สุดนั่นเอง

เรื่องของ blocker, unblocker อาจจะทำให้หลายคนสับสน และตัดสินใจทำตามได้ยาก เพราะมันสำคัญที่สุดในตอนที่พอตกำลังใหญ่ที่สุดๆพอดี แต่ตอนนี้คุณก็ได้ติดอาวุธความรู้ในการที่จะพัฒนาการเล่นในจุดนี้ไปเป็นที่เรียบร้อย

 

.

Author: blogadmin

Leave a Reply

Your email address will not be published.