วิธีเล่น Combo Draw ใน Cash Game

Combo draw เป็นแฮนด์ที่แข็งมากๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่บน flop

แต่ value ของมันสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างมากเมื่อไปถึง river  เราอาจจบลงด้วยการมีแฮนด์ที่ดีมากๆ หรือไม่มีอะไรเลย หรืออาจจะมีอะไรบ้าง (อย่างเช่น one pair)

เพื่อเป็นการช่วยแนะนำกับความหลากหลายนี้  บทความนี้จะพูดถึงการเล่น combo draw ในทุก street  และสำหรับผู้เล่นมือใหม่เราจะมาเริ่มต้นดูกันว่า combo draw คืออะไร

Combo Draw คืออะไร?

ถ้าผู้เล่นพูดถึง combo draw นั่นหมายความว่าพวกเขากำลังพูดถึงแฮนด์ที่ draw ได้ทั้ง straight และ flush  โดย straight draw สามารถเป็นได้ทั้ง open-ended หรือ gutshot และนี่คือบางตัวอย่างของ combo draw:

  • A♦ K♦ บน Q♦ J♦ 3♠
  • T♥ 9♥ บน J♥ 8♥ 2♣
  • A♠ 4♠ บน 8♣ 3♠ 2♠

หลักการเบื้องต้นในการเล่น Combo Draw

หัวใจสำคัญในการเล่น combo draw ให้ได้กำไรคือความ aggressive  เราควรที่จะเล่นอย่าง aggressive เมื่อถือหนึ่งใน draw อันทรงพลังนี้

ยกตัวอย่างเช่น เมื่อ in position และทุกคน check กันมาหมด เราจะต้องการ bet เกือบทุกครั้ง  แต่เมื่อเรา out of position และเจอกับ bet เรามักควรที่จะ check-raise

เราถ้าไม่ควรที่จะเล่นอย่าง passive ด้วยการ check behind กับแฮนด์ประเภทนี้บน flop หรือ turn  ถึงแม้ว่าเราอาจมีความรู้สึกที่อยากได้ free card เพื่อหวังที่จะติด draw ใน street ต่อไป  แต่โดยส่วนใหญ่แล้วการ bet จะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า

ทำไมการเล่น Combo Draw อย่าง Aggressive ถึงดีที่สุด?

เมื่อพิจารณาถึงพื้นฐานของเกมโป๊กเกอร์เราจะได้เห็นเหตุผลที่ชัดเจนว่าทำไม combo draw จึงควรเล่นอย่าง aggressive

  • Equity
  • Equity Realization
  • Fold Equity
  • Implied odds / Future Street Implications

Equity

แฮนด์ที่ดีที่สุดในการ bluff ก็คือแฮนด์ที่มีโอกาสพัฒนาเป็นแฮนด์ที่ดีที่สุดเมื่อไปถึง river  ผู้เล่นโป๊กเกอร์จะเรียกแฮนด์พวกนี้ว่า semi-bluff

Combo draw มี equity สูงที่สุดในหมู่ semi-bluff ซึ่งเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ควรเล่นอย่าง aggressive  เพราะถึงแม้จะเจอคู่ต่อสู้ที่ flop set แต่ combo draw ยังอยู่ในสถานะที่สามารถพัฒนาเป็นแฮนด์ที่ดีที่สุดเมื่อถึง river ได้

มาดูตัวอย่างเมื่อ Player A ถือ T♦ 9♦ และ Player B ถือ J♠ J♥ บน flop of J♦ 8♦ 2♠ ในสถานการณ์นี้:

  • Player A มี 42.12% equity ด้วย open-ended straight flush draw ของเขา
  • Player B มี 57.88% equity ด้วย top set (ซึ่งเป็น nuts ในตอนนี้)

ถึงแม้ว่า Player B จะมีแฮนด์ที่ดีที่สุดในตอนนี้ เขาก็ยังจะเสียได้ 42% ให้กับ combo draw  และส่วนใหญ่แล้วคู่ต่อสู้ของเราจะไม่มีแฮนด์ที่แข็งอย่าง set ซึ่งทำให้ combo draw ยิ่งควรจะเล่นอย่าง aggressive

Equity Realization

Equity realization เป็น % ของ pot ที่แฮนด์สามารถคาดหวังจะชนะโดยขึ้นอยู่กับ raw equity และตัวแปรอันหลากหลายจากการเล่นในช่วง postflop  พูดอีกอย่างหนึ่งก็คือ มันเป็น equity ของเราหลังจากได้คำนึงถึงความสามารถที่เราจะไปถึง showdown, ถูก bluff, bluff คู่ต่อสู้ และอื่นๆ ได้บ่อยแค่ไหน  ซึ่งผมอยากจะโต้แย้งว่า realize equity ของแฮนด์นั้นจึงจะเป็น equity ที่แท้จริง

เมื่อ bet ด้วยแฮนด์ draw อะไรก็ตาม เราจะต้องคำนึงถึงความเสี่ยงที่จะไม่เห็นไพ่ใบต่อไปถ้าถูกคู่ต่อสู้ raise  ซึ่งจะเป็นปัญหามาก ตัวอย่างเช่น เมื่อเรา bet ไปด้วย gutshot straight draw และคู่ต่อสู้ raise กลับมาใหญ่ๆ  เราจะถูกบังคับให้ fold draw ของเราหรือ call  โดยมีแค่ 4 out  ที่จะติด straight 

แต่ combo draw สามารถ realize equity ได้ดีมากเพราะพวกมันแข็งพอที่จะ call เมื่อไหร่เจอกับ raise ทุก size  นั่นหมายความว่าไม่สามารถที่จะ deny equity ของพวกมันได้ ดังนั้นจึงไม่มี downside ที่จะเล่นพวกมันอย่าง aggressive 

Fold Equity

อีกสิ่งหนึ่งที่เราต้องคำนึงถึงก็คือ fold equity ซึ่งเป็นโอกาสที่คู่ต่อสู้จะ fold เมื่อเจอกับ bet หรือ raise  fold equity เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องพิจารณาเมื่อเราตัดสินใจที่จะ bet 

Non-made hand อย่าง combo draw ได้ประโยชน์อย่างมากจากการ bet เพราะพวกมันสามารถทำให้แฮนด์ที่ดีกว่าจำนวนมาก fold ไปได้  โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ turn ซึ่ง defender ควรจะเริ่ม fold ให้ได้สัดส่วนของ equilibrium  ลองคิดดูว่ามันดีแค่ไหนที่สามารถกดดันให้แฮนด์อย่าง A♠ 8♠ ยอมแพ้ไปได้เมื่อเราถือ T♦ 9♦ บนบอร์ด J♦ 8♣ 2♦ K♠

Implied Odds และความเชื่อมโยงใน Street ต่อไป

สิ่งสุดท้ายในการพิจารณาเมื่อตัดสินใจว่าควรจะ bet หรือไม่คือผลกระทบที่จะมีต่อแฮนด์ที่เหลืออยู่  

ตัวอย่างเช่น เมื่อ bet เราได้เพิ่มขนาดของ pot size อย่างทวีคูณ  ดังนั้น การ bet บน flop และ turn จะทำให้เราสามารถเดิมพันหมดทั้ง stack ได้อย่างง่ายดายเมื่อไปถึง river  

แต่เมื่อเรา in position และ check เราก็ได้ลดขนาดของ pot size ลงอย่างมาก  นั่นหมายความว่าเมื่อเรา check back ด้วย combo draw เราจะไม่สามารถเอาชนะ pot ใหญ่ๆได้โดยเฉลี่ย

แต่อย่าลืมว่าการ check เมื่อ out of position เน้นแตกต่างจากการ check เมื่อ in position ด้วย 2 เหตุผลหลักๆ:

  • เราไม่สามารถรับประกันได้ว่าจะได้เห็น street ต่อไปฟรีๆ (ซึ่งจะเป็นสถานการณ์ที่กลับกันเมื่อเรา in position) 
  • Checking range ของเราจำเป็นต้องมี strong hand และ draw อยู่บ้าง ที่จะสามารถ check-raise เพื่อให้ balance

นั่นหมายความว่าเราจำเป็นต้อง check ด้วยบางแฮนด์ที่ดีมากๆและบาง draw ดีๆด้วยเช่นกัน  เพื่อเป็นการปกป้อง checking range ที่เหลือของเรา  ซึ่งส่วนมากแล้ว combo draw จะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับ check-raise bluffing range

การเล่นที่ River เมื่อไม่ติดอะไร

มันแย่เมื่อเราได้เล่น combo draw อย่าง aggressive บน flop และ turn แต่งกลับไม่ติดอะไรเลยเมื่อมาถึง river

แต่มันก็เป็นสิ่งที่จะต้องเกิดขึ้นได้บ่อยกว่า 50% เพียงเล็กน้อย และเมื่อมันเกิดขึ้น เราก็ควรที่จะยอมยก pot ให้กับคู่ต่อสู้   

เหตุผลนั้นง่ายมาก: เมื่อเรา bluff ที่ river เราต้องการจะมีแฮนด์ที่ทำให้คู่ต่อสู้มีโอกาสน้อยลงที่จะถือ strong hand  หรือพูดอีกอย่างก็คือ bluffing hand ที่ดีที่สุดคือแฮนด์ที่ block top range ของคู่ต่อสู้และไม่ได้ block bottom range ของคู่ต่อสู้

Combo draw ที่ไม่ติดอะไรจะ block missed draw ใน range ของคู่ต่อสู้ ซึ่งทำให้เพิ่มโอกาสที่คู่ต่อสู้จะถือ made hand ที่สามารถ call bluff ของเรามาได้  จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเราควรที่จะยอมยกธงขาวเมื่อไม่ติดอะไรกับ combo draw

บทสรุป

บทสรุปง่ายๆก็คือ: เล่นอย่าง aggressive ด้วย combo draw บน flop และ turn แต่ต้องเตรียมจะยอมแพ้ที่ river เมื่อไม่ติดอะไร  เพราะโดยเฉลี่ยแล้วมันจะทำเงินให้เราได้ดีกว่าการยืนกราน bluff ต่อไปที่ river   

 

.

Author: blogadmin

Leave a Reply

Your email address will not be published.